Warning: Undefined array key "article51" in /home/araiddco/domains/sscarrent.com/public_html/main.php on line 29
วิธีการเช่ารถที่ญี่ปุ่น และข้อควรรู้- ร้านรถเช่า เชียงใหม่
Loading...

Menu

Menu

บทความ

วิธีการเช่ารถที่ญี่ปุ่น และข้อควรรู้- ร้านรถเช่า เชียงใหม่

วิธีการเช่ารถที่ญี่ปุ่น และข้อควรรู้

1.เรื่องสำคัญในการขับรถที่ญี่ปุ่น

    ในการเช่ารถที่ญี่ปุ่น ผู้ขับขี่จะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป เพราะตามกฎหมายของญี่ปุ่นสามารถทำใบขับขี่ได้เมื่อมีอายุ 18 ปีขึ้นไป เมื่อถึงแล้วก็ให้นำใบขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุและพาสปอร์ตไปที่บริษัทรถเช่าได้เลย

ใบขับขี่ที่สามารถใช้เช่ารถในญี่ปุ่นได้ มี 3 แบบด้วยกัน

・ใบขับขี่ของประเทศญี่ปุ่น (สำหรับผู้ที่อาศัยในญี่ปุ่น)
・
ใบอนุญาตขับขี่สากล
・
ใบขับขี่ที่มีคำแปลภาษาญี่ปุ่น (ในกรณีที่เป็นใบขับขี่ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, ไต้หวัน, เบลเยี่ยม, สโลวาเนีย และโมนาโค)

ใบอนุญาตขับขี่สากล

    สำหรับใบอนุญาตขับขี่สากล จะต้องทำที่ประเทศของตนเองก่อนมาญี่ปุ่น เพราะหลังจากเดินทางมาญี่ปุ่นแล้ว ทางสถานทูตก็ไม่สามารถออกใบขับขี่สากลให้ได้


ใบขับขี่ที่มีคำแปลภาษาญี่ปุ่น

     สำหรับคนที่มีใบขับขี่ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, ไต้หวัน, เบลเยี่ยม, สโลวาเนีย และโมนาโคไม่ต้องทำใบขับขี่สากลก็ได้ แต่ต้องนำใบขับขี่พร้อมคำแปลภาษาญี่ปุ่น และพาสปอร์ตมายื่นให้กับบริษัทรถเช่าได้เลย ฉบับแปลสามารถออกให้ได้โดย JAFทั่วประเทศญี่ปุ่น, สถานทูต หรือสถานกงสุลของประเทศนั้น ๆ ถ้าให้ JAF เป็นผู้ออกฉบับแปลให้ อาจจะได้รับในวันเดียวกันนั้นเลย หรืออาจจะใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์ก็มีค่ะ ราคา 3,000 เยนต่อใบขับขี่ 1 ใบ

ในการเตรียมใบขับขี่สากลและใบขับขี่ฉบับแปลภาษาญี่ปุ่น ก็อย่าลืมเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนการดำเนินการด้วย


2.วิธีการและมารยาทในการเช่ารถ

     ในการเช่ารถที่ญี่ปุ่น จะต้องลงทะเบียนบนหน้าเว็บกันก่อน ลักษณะก็คล้าย ๆ กันกับหลายประเทศทั่วไป คือต้องระบุ ดังนี้

・วันที่เริ่มเช่ารถ/คืนรถ
・
ชนิดของรถ
・
เช่าแล้วคืนที่สาขาอื่นหรือนำกลับมาคืน
・
การเพิ่ม Option GPS หรือบัตร ETC (บัตรสำหรับทางด่วน)

หรืออาจจะลงทะเบียนเพื่อเช่ารถที่บริษัทรถเช่าในวันเดียวกัน ซึ่งชนิดของรถอาจจะมีให้เลือกไม่มากนัก หรือรถที่ต้องการมีคนเช่าไปแล้ว เป็นต้น ควรจะเช่าก่อนล่วงหน้า2-3 วัน หรือ 1 สัปดาห์ก่อนวันที่จะรับรถดีกว่า


วันที่นำรถมาคืนต้องเติมน้ำมันให้เต็มถัง

     ในการคืนรถเช่า ต้องเติมน้ำมันรถที่ปั๊มน้ำมันใกล้ ๆ บริษัทรถเช่า แล้วนำใบเสร็จไปแสดง บริษัทรถเช่าบางที่อาจจะระบุปั๊มน้ำมันที่ต้องเติมน้ำมันด้วยก็ได้ ต้องเช็คข้อมูลล่วงหน้าให้ดีก่อน

ในแถบชนบทหรือที่ห่างไกลจากตัวเมือง ส่วนใหญ่ปั๊มน้ำมันจะไม่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะปิดประมาณ 19:00น. ถ้าไม่สามารถเติมน้ำมันก่อนนำรถไปคืนได้ ทางบริษัทรถเช่าก็จะคำนวณราคาค่าน้ำมันให้ และส่วนใหญ่ราคาจะสูงกว่าไปเติมเองที่ปั๊มน้ำมัน

สำหรับการคืนรถที่บริษัทรถเช่าต่างสาขา ก็จะมีการระบุสถานที่ที่ต้องไปคืนไว้ก่อนล่วงหน้า อย่าลืมเช็คข้อมูลก่อน


3.ราคารถเช่า

     การเช่ารถจะมีเช่าทั้งแบบ 6 ชั่วโมง, 12 ชั่วโมง และ 24 ชั่วโมง

ราคาสำหรับรถเก๋งหรือรถธรรมดาทั่วไปโดยประมาณ

6 ชั่วโมง 5,000〜7,000 เยน/12 ชั่วโมง 5,000〜7,000 เยน/24 ชั่วโมง7,000〜10,000 เยน แต่ถ้าเป็นรถที่หรูหราขึ้นมาอีกหน่อยอย่าง Toyota Crown, Mercedes Benz ราคาก็จะแพงขึ้น

6 ชั่วโมง 10,000〜12,000 เยน/12 ชั่วโมง 10,000〜12,000 เยน/24 ชั่วโมง 15,000〜20,000 เยน

หลาย ๆ ที่ราคาอาจจะไม่แตกต่างกันนักระหว่าง 6 ชั่วโมงและ 12 ชั่วโมง

GPS รถเช่าส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นมักจะมี GPS หรือ Navigator ติดมากับตัวรถอยู่แล้ว หรือแบบที่ต้องจ่ายเงินเพิ่มก็มี ดังนั้นต้องเช็คข้อมูลให้ดีก่อนทำการจอง


4.GPS ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเกาหลี 

   ส่วนใหญ่ GPS ที่บริษัทรถเช่าที่ญี่ปุ่นจะมีแค่ภาษาญี่ปุ่น แต่ตามสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะอย่างฮ็อกไกโด ก็จะมี GPS ภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ภาษาจีนเตรียมไว้ให้ด้วย



5.การจราจรและกฎในญี่ปุ่น

    เราได้รวบรวมกฎการจราจรหลัก ๆ ที่สำคัญในการขับรถที่ญี่ปุ่นมาแล้ว ขับรถด้านซ้ายของถนน รถที่ญี่ปุ่นมีพวงมาลัยอยู่ทางขวา และขับเลนซ้าย ประเทศที่ขับฝั่งเดียวกันกับญี่ปุ่นก็อย่างเช่น ประเทศอังกฤษ, ออสเตรเลีย, อินเดีย, แอฟริกาใต้ ส่วนเพื่อน ๆ ที่มาจากประเทศที่ขับทางด้านขวาของถนนอย่างอเมริกา, จีน, ยุโรป, เวียดนาม, บราซิล, ซาอุดิอาระเบียก็ต้องระมัดระวังไม่ขับผิดเลนให้มากเป็นพิเศษ ล็อคโซ่ที่ล้อสำหรับถนนที่มีหิมะปกคลุม

ในสถานที่ที่มีหิมะตกมาก เช่น ฮ็อกไกโด, นากาโนะ, ฮิดะทาคายามะ จะต้องมีการล็อคโซ่ที่ล้อรถในฤดูหนาวเพื่อป้องกันไม่ให้รถลื่นไถลเวลาที่ขับบนหิมะ สามารถขอเช่าโซ่จากบริษัทรถเช่า


6.การใช้ทางด่วนญี่ปุ่น

    ค่าทางด่วนญี่ปุ่น ถ้าเทียบกับหลาย ๆ ประเทศจะมีราคาค่อนข้างสูง ในระยะทางประมาณ 100km จะราคาประมาณ 3,000 เยน เวลาคำนวณงบก็อย่าลืมเผื่อค่าทางด่วนเข้าไปด้วย

ส่วนความเร็วในการวิ่งบนทางด่วนคือ 100km/ชั่วโมง ถ้าขับเร็วเกิน 100km จะถูกตำรวจตามมานะคะ ต้องระวังอย่าขับเร็วเกินไปด้วย



ETC

    ทางด่วนของญี่ปุ่นใช้ระบบ ETC(Electronic Toll Collection System) เพื่อจะได้ไม่ต้องหยุดจอดรถจนที่จ่ายเงินค่าทางด่วน โดยจะเรียกเก็บเงินไปที่บริษัทบัตรเครดิตที่ลงทะเบียนไว้ ดังนั้นจะต้องใช้ ETC คู่กับบัตรเครดิต

    ในการสมัครใช้ ETC Card จะใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์ และต้องมีที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น สำหรับคนที่มาเที่ยวระยะสั้นจะไม่สามารถใช้บัตรนี้ได้ได้ ดังนั้นตอนจ่ายเงินจึงต้อง เข้าช่อง「一般」(แปลว่า ทั่วไป) ตรงจุดเก็บเงิน



7.การใช้บริการที่จอดรถ

  ที่ญี่ปุ่นไม่สามารถจอดรถตามข้างทาง หรือริมถนนได้ ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ จะมีที่จอดรถอยู่ใกล้ ๆ เราจะต้องไปจอดที่นั่น ค่าบริการที่จอดรถ ราคาประมาณ 1 ชั่วโมง 200-700 เยน โดยจะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากในแต่ละสถานที่ ยิ่งใกล้ตัวเมืองมากเท่าไรก็ยิ่งแพงขึ้น หลายที่เที่ยวส่วนใหญ่หรือห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ มักจะมีที่จอดรถให้ด้วย ซึ่งถ้ามีใบเสร็จที่ใช้จ่ายในห้างก็จะจอดได้ฟรี

   โดยทั่วไป ตามที่จอดรถจะต้องรับตั่วตรงทางเข้า ตอนออกจะมี 2 วิธี คือ แบบรั้วกั้นที่นำตั๋วที่ได้รับออกมาใส่เครื่องเพื่อคำนวณค่าที่จอดรถ กับแบบล็อคที่เอาเลขช่องที่จอดรถไปกดที่เครื่องแล้วจ่ายเงินเพื่อปลดล็อค

แบบรั้วกั้น


แบบรั้วกั้นที่ต้องรับตั๋วตอนเข้ามานี้ ตอนที่จะจอดรถต้องกดปุ่มที่ตู้ก่อน แล้วตั๋วก็จะเด้งออกมา ในตั๋วที่ออกมานี้จะมีวันเวลาที่เข้ามาจอดรถเขียนไว้ พอตอนที่จะออกจากที่จอดรถ ก็นำตั๋วนี้ใส่กลับเข้าไปในตัวเครื่อง หรือส่งให้กับพนักงานที่นั่งประจำที่อยู่ แล้วทำการจ่ายเงินค่าที่จอดรถ ต้องดูดี ๆ อย่าทำตั่วหาย

ถ้าเกิดโชคร้ายทำตั๋วหาย ให้โทรศัพท์ไปที่เบอร์ผู้รับผิดชอบของที่จอดรถได้ค่ะ ซึ่งน่าจะมีเบอร์โทรเขียนอยู่ที่ไหนสักที่ในบริเวณที่จอดรถ

แบบล็อค


แบบล็อคจะไม่ต้องรับตั่วตรงที่ทางเข้า ถ้ามีที่ว่างอยู่ก็เข้าไปจอดได้เลย ตรงช่องที่จอดรถจะมีล็อคอยู่ พอล้อรถเข้าไปแล้วสักพักก็จะล็อค ตอนที่จะเอารถออก ให้ใส่เลขช่องที่จอดรถลงไปที่เครื่อง หลังจากทำการจ่ายเงินเรียบร้อย ล้อก็จะถูกปลดล็อค สามารถเอารถออกได้

ชนิดของที่จอดรถ

ที่จอดรถที่ญี่ปุ่นจะมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบลานจอดรถ, ที่จอดรถแบบจอดเอง หรือที่จอดรถโดยใช้เครื่องอัตโนมัติ

ลานจอดรถ

ที่จอดรถแบบลานกว้างไม่มีตัวตึกที่สามารถเข้าไปจอดตรงที่ที่ว่างได้เลย

ที่จอดรถแบบจอดเอง

เป็นที่จอดรถลักษณะคล้ายหอคอย ที่เจ้าของรถจะขับวนหาที่จอดรถเอง มักจะเชื่อมติดกับห้างสรรพสินค้าหรืออาคารต่าง ๆ

ที่จอดรถโดยใช้เครื่องอัตโนมัติ

เป็นที่จอดรถลักษณะคล้ายหอคอย เครื่องอัตโนมัติจะหาที่จอดที่ว่างอยู่ ค่อนข้างสะดวกเพราะผู้ขับขี่ไม่ต้องเสียเวลาหาเอง ที่ญ่ปุ่นมีหลายที่ที่เป็นที่จอดรถบริการ 24 ชั่วโมง ลองเลือกหาดูที่ที่เหมาะกับความต้องการ และงบประมาณ



8.การเติมน้ำมัน

    ปั๊มน้ำมันก็จะมีอยู่เกือบทุกที่อยู่แล้ว แบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ แบบฟูลเซอร์วิสและแบบบริการตัวเอง

แบบฟูลเซอร์วิสคือแบบที่มีพนักงานให้บริการถึงหน้าต่างรถและเติมน้ำมันให้ ส่วนการเติมน้ำมันด้วยตัวเอง ซึ่งราคาจะถูกลงเพราะต้องเติมน้ำมันเอง

ชนิดของน้ำมันจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

・Regular (สำหรับรถธรรมดา)
・High Octane(
สำหรับรถหรูขึ้นมาอีกนิด หรือ 95ของบ้านเรา)

โดยแบ่งใช้ตามชนิดของรถ ซึ่งแน่นอนว่าแบบ High Octane จะมีราคาสูงกว่า การใช้บริการที่ปั๊มน้ำมันก็จะเหมือนกับประเทศทั้งแถบตะวันตกหรือเอเชียประเทศอื่น ๆ ถ้าหากมีข้อสงสัย สามารถถามพนักงานที่ปั๊มน้ำมันได้


9.ประกันภัย

    ในการเช่ารถที่ญี่ปุ่น จะมีค่าประกันอยู่ในค่าเช่ารถด้วยแล้ว แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุอาจจะต้องมีการเพิ่มเงินอีก 50,000-100,000 เยนค่ะ รายละเอียดลองสอบถามจากบริษัทรถเช่าได้